เว็บไซต์บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นญี่ปุ่น ควรมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ก่อนทำเว็บ 3 ภาษา

สรุปสั้น ๆ: เว็บไซต์บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหรือบริษัทแม่ญี่ปุ่น ไม่ได้มีไว้แค่ให้ลูกค้าไทยดู แต่ผู้บริหารญี่ปุ่น บริษัทแม่ และคู่ค้าจากญี่ปุ่นก็เปิดดูด้วย บทความนี้สรุปว่าเว็บไซต์แบบนี้ควรมีอะไรบ้าง ทำไมต้องมีภาษาญี่ปุ่น และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผมทำงานกับบริษัทที่มีบริษัทแม่ญี่ปุ่นมาหลายปี ทั้งในฐานะล่าม ฝ่ายวางแผนองค์กร และงานพัฒนาธุรกิจ และรับทำเว็บไซต์บริษัทที่ต้องใช้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น จึงเห็นว่าเว็บไซต์แบบนี้มีโจทย์ต่างจากเว็บบริษัททั่วไปพอสมควร

ใครบ้างที่เปิดดูเว็บไซต์บริษัทของคุณ

  • ลูกค้าไทย: ต้องการรู้ว่าบริษัททำอะไร มีสินค้าหรือบริการอะไร ติดต่ออย่างไร
  • ลูกค้าและคู่ค้าญี่ปุ่นในไทย: บริษัทญี่ปุ่นมักตรวจสอบเว็บไซต์ของผู้ขายก่อนเริ่มทำธุรกิจ เว็บไซต์ที่มีภาษาญี่ปุ่นช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้มาก
  • บริษัทแม่และผู้บริหารที่ญี่ปุ่น: ใช้เว็บไซต์ดูข้อมูลบริษัทลูก และบางครั้งใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในรายงานกลุ่มบริษัท
  • ผู้สมัครงาน: โดยเฉพาะผู้ที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ มักเลือกสมัครงานกับบริษัทที่ดูมั่นคงและเป็นมืออาชีพ

เว็บไซต์บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นควรมีอะไรบ้าง

1. ข้อมูลบริษัท (会社概要) ที่ครบและตรงกับเอกสารจริง

บริษัทญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับหน้านี้มาก ควรมีชื่อบริษัทภาษาไทยและอังกฤษ เลขทะเบียนนิติบุคคล วันที่จดทะเบียน ทุนจดทะเบียน ชื่อกรรมการผู้มีอำนาจ ที่อยู่ และชื่อบริษัทแม่ ข้อมูลต้องตรงกับเอกสารราชการทุกตัวอักษร

2. สารจากผู้บริหาร

สั้น ๆ ไม่เกินครึ่งหน้า บอกวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของบริษัท พร้อมรูปผู้บริหารจริง ฉบับภาษาญี่ปุ่นควรให้ผู้บริหารญี่ปุ่นตรวจก่อนเผยแพร่

3. ประวัติบริษัท (沿革)

เรียงเป็นปี เช่น ปีก่อตั้ง ปีที่บริษัทแม่เข้าถือหุ้น ปีที่ขยายโรงงาน ปีที่ได้รับมาตรฐาน ISO ข้อมูลนี้แสดงความต่อเนื่องและความมั่นคงของบริษัท

4. สินค้า บริการ และผลงาน

อธิบายด้วยภาพและตัวเลขจริง เช่น กำลังการผลิต จำนวนลูกค้า มาตรฐานที่ได้รับ หลีกเลี่ยงคำโฆษณาที่ตรวจสอบไม่ได้อย่าง “อันดับ 1” หรือ “ดีที่สุด” เพราะลูกค้าญี่ปุ่นจะมองว่าไม่น่าเชื่อถือ

5. มาตรฐานและการรับรอง

เช่น ISO 9001, ISO 14001, IATF 16949 พร้อมรูปใบรับรอง สำหรับบริษัทในกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อาจต้องมีนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการ การต่อต้านคอร์รัปชัน หรือช่องทางแจ้งเบาะแสด้วย

6. ช่องทางติดต่อที่ใช้งานได้จริง

ฟอร์มติดต่อที่ส่งเข้าอีเมลของบริษัทจริง เบอร์โทร แผนที่ และระบุว่าติดต่อเป็นภาษาญี่ปุ่นได้หรือไม่ ฟอร์มที่ส่งแล้วไม่มีคนตอบ ทำลายความน่าเชื่อถือมากกว่าการไม่มีฟอร์ม

7. นโยบายความเป็นส่วนตัว (PDPA)

เว็บไซต์ที่เก็บข้อมูลผ่านฟอร์มหรือใช้คุกกี้วิเคราะห์ ต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแบนเนอร์ขอความยินยอมใช้คุกกี้

ทำไมควรมีภาษาญี่ปุ่น

หลายบริษัทคิดว่ามีภาษาอังกฤษก็พอ แต่ในทางปฏิบัติ

  • ผู้บริหารและฝ่ายจัดซื้อจากญี่ปุ่นจำนวนมาก อ่านภาษาญี่ปุ่นได้เร็วและมั่นใจกว่าภาษาอังกฤษ
  • บริษัทแม่สามารถแชร์ลิงก์ให้ลูกค้าหรือพันธมิตรในญี่ปุ่นได้ทันที
  • ช่วยให้ติดผลค้นหาเมื่อคนญี่ปุ่นค้นหาด้วยคำภาษาญี่ปุ่น เช่น 「タイ ○○ メーカー」

ไม่จำเป็นต้องแปลทุกหน้า เริ่มจากหน้าแรก ข้อมูลบริษัท สินค้าหรือบริการหลัก และหน้าติดต่อ ก็เพียงพอสำหรับบริษัทส่วนใหญ่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. ใช้เครื่องแปลภาษาโดยไม่ตรวจ: คนญี่ปุ่นอ่านแล้วรู้ทันทีว่าเป็นคำแปลจากเครื่อง ภาพลักษณ์บริษัทจะดูไม่ใส่ใจ โดยเฉพาะคำศัพท์เทคนิค
  2. ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างภาษา: เช่น ตัวเลขทุนจดทะเบียนในหน้าไทยกับหน้าญี่ปุ่นไม่เท่ากัน เพราะอัปเดตภาษาเดียว
  3. ไม่อัปเดตเลย: ข่าวล่าสุดเป็นของ 3 ปีก่อน หรือปี copyright ยังเป็นปีเก่า ทำให้ดูเหมือนบริษัทไม่ได้ดำเนินกิจการแล้ว
  4. ไม่มีใครดูแลความปลอดภัย: ปลั๊กอินไม่อัปเดต เว็บถูกเจาะ หรือ SSL หมดอายุ เบราว์เซอร์จะขึ้นคำเตือน “ไม่ปลอดภัย” ให้ลูกค้าเห็น
  5. เปิดบนมือถือไม่สะดวก: ผู้บริหารจำนวนมากเปิดลิงก์จากมือถือระหว่างเดินทาง

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มทำเว็บไซต์

  • กำหนดว่าใครคือผู้อ่านหลัก และต้องการให้เขาทำอะไรหลังเข้าเว็บ
  • เลือกภาษาที่ต้องมี และหน้าที่ต้องแปล
  • เตรียมข้อมูลบริษัทจากเอกสารราชการ
  • เตรียมรูปจริงของบริษัท ทีมงาน โรงงาน สินค้า
  • กำหนดคนในบริษัทที่รับผิดชอบอัปเดตเนื้อหาและตอบฟอร์ม
  • ตกลงเรื่องการดูแลหลังส่งมอบ: อัปเดตปลั๊กอิน สำรองข้อมูล ต่ออายุโดเมนและโฮสติ้ง

คำถามที่พบบ่อย

ทำเว็บไซต์ 3 ภาษาใช้เวลานานแค่ไหน

ขึ้นกับจำนวนหน้าและความพร้อมของข้อมูล ส่วนที่ใช้เวลามากที่สุดมักไม่ใช่การทำเว็บ แต่เป็นการรวบรวมข้อมูล การแปล และการรอผู้บริหารตรวจเนื้อหา

บริษัทแปลเองได้ไหม

ได้ ถ้ามีพนักงานที่ภาษาญี่ปุ่นดีและมีเวลา แต่ควรให้คนญี่ปุ่นหรือล่ามที่เข้าใจธุรกิจตรวจอีกครั้ง โดยเฉพาะหน้าข้อมูลบริษัทและสารจากผู้บริหาร

ใช้ WordPress ดีไหม

เหมาะกับเว็บบริษัทส่วนใหญ่ เพราะพนักงานแก้ไขเนื้อหาเองได้ และรองรับหลายภาษา แต่ต้องมีคนดูแลอัปเดตปลั๊กอินและความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

ปรึกษาเรื่องเว็บไซต์บริษัท 3 ภาษา

ถ้าบริษัทของคุณต้องการเว็บไซต์ภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น พร้อมเขียนและแปลเนื้อหาให้ ดูรายละเอียดและแพ็กเกจได้ที่บริการรับทำเว็บไซต์บริษัท หรือทักมาที่ LINE @CDQ1591S ถ้าต้องการแปลเอกสารบริษัทเป็นภาษาญี่ปุ่น ดูได้ที่บริการแปลเอกสาร


เกี่ยวกับผู้เขียน
สุทัศน์ เมืองมนประเสริฐ ล่ามภาษาญี่ปุ่นระดับ JLPT N1 และผู้ให้บริการทำเว็บไซต์บริษัท 3 ภาษา มีประสบการณ์ทำงานกับบริษัทที่มีบริษัทแม่ญี่ปุ่นทั้งด้านล่าม วางแผนองค์กร และพัฒนาธุรกิจ จบวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยโทไค ประเทศญี่ปุ่น และ MBA มหาวิทยาลัยศิลปากร อ่านประวัติเต็ม

Scroll to Top